วิธีใช้แบตเตอรี่สำรองพกพาอย่างถูกต้อง ฉบับความเข้าใจ

1. แบตเตอรี่สำรองพกพา (Power Bank)ส่วนใหญ่ประกอบด้วยไส้แบตเตอรี่ Lthium Ion เบอร์ 18650 ที่สามารถชาร์จได้เมื่อใช้งานครั้งแรกควรชาร์จประมาณ 1- 4 ชั่วโมง หรือ จนกว่าแบตสำรองพกพา (Power Bank) แสดงสัญญาณเตือนว่าเต็ม แบต Li-ion ไม่จำเป็นต้องชาร์จนานๆก่อนใช้งานเหมือนแบตรุ่นเก่า


2. การชาร์จไฟด้วยกระแสไฟสูงในเวลาสั้นอาจ จะทำให้แบตเตอรี่แบบ lithium เสื่อมเร็วขึ้น เช่นอย่างที่ทราบกันแล้วอย่างแพร่หลายการชาร์จด้วย adaptor ของ Tablet หรือแบตสำรองพกพา (Power Bank) ด้วยกระแส 2.1 A ทำการชาร์จได้เร็วจริงแต่ทำให้แบตเตอรี่ภายในทั้งแบตสำรองพกพา (Power Bank)และสมาร์ทโฟน เสื่อมเร็วขึ้นเช่นกัน ควรใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ(แบตเตอรี่ของTabletมีความจุสูงและใช้โวลต์ภายในวงจรแอลซีดีมากกว่า ไม่งั้นจะผลิตมาเฉพาะอุปกรณ์ทำไม ถ้ามันเร็วกว่าโดยไม่ส่งผลเสีย)


3. การชาร์จบ่อยครั้งหรือการ ใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพียงเล็กน้อยแล้วรีบชาร์ตกลับให้เต็ม 100% เป็นการช่วยเพิ่มจำนวน cycle นั้น(คือชาร์จที่ 40% บ้าง ใกล้หมดบ้าง ชาร์จได้เป็นชาร์เลย อะไรประมาณนี้)ไม่มีผลต่อการเพิ่มCycleของแบตเตอรี่แต่อย่างใด (ง่ายๆคือแบตเตอรี่ Lthium Ion ใดๆชาร์จอย่างไรก็ได้ อ้างทดสอบจากhttp://www.batteryuniversity.comส่วความเชื่ออื่นๆนั้นมีผลมาจากการชาร์จแบต Ni-cd ,pb หรือถ่านชาร์จรุ่นเก่า)

***เพิ่มเติม ไส้แบตเตอรี่ลิเทียมที่จะมีข้อมูลทางเทคนิค(Datasheet)บ่งบอกรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับแบตเตอรี่อย่างครบถ้วนซึ่งCycle เป็นหนึ่งรายละเอียดที่สำคัญ เพราะจำนวน Cycle นั้นคือการแสดงถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ว่าแบตเตอรี่ ไม่ได้ขึ้นกับการชาร์จ การคิดอย่างคร่าวๆ คือเมื่อแบตเตอรี่เหลือความจุ 70% แสดงว่าชาร์ตเพิ่ม 30% แสดงว่าใช้ไป 0.3cycle เพราะฉะนั้น จำนวน cycleที่แท้จริงจึงสำคัญกับแบตสำรองพกพา (Power Bank)หรือไส้แบตลิเทียมหากแบตสำรองพกพา (Power Bank) ประกอบจากไส้แบตเตอรี่ โนเนม มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ทั้ง ความจุไม่เต็มอย่างที่สกรีนลงผลิตภัณฑ์ และ อายุการใช้งานก็ต่ำ จึงส่งผลให้ แบตสำรองพกพา (Power Bank) พังได้โดยง่ายและใช้ได้ไม่เต็มจริงดังคำโฆษณา
 

4. ไม่ควรใช้แบตสำรองพกพา (Power Bank)จนหมดแล้วค่อยชาร์ต จะเกิด discharge rate ที่สูง เป็นผลทำให้แบตสำรองพกพา (Power Bank) เสื่อมเร็วขึ้น เช่นเดียวกับการชาร์จกระแสสูงและหากแบตสำรองพกพา (Power Bank)และแบตลิเทียมจนหมดแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานจะไม่สามารถทำการชาร์จได้อีก
 

5. โปรดจำไว้ว่าแบตสำรองพกพา (Power Bank) หรือแบตเตอรี่ลิเทียม มีผลการเสื่อมขึ้นกับความร้อนเป็นหลัก  หากเลี่ยงได้ ไม่ควรเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิสูง เช่นรถที่จอดตากแดด ห้องที่มีความร้อน เป็นต้น ควรเก็บไว้ในที่เย็น ข้อนี้สำคัญมากกว่าเรื่องของการชาร์จอีกครับ
 

6. หากคิดว่าจะไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรเหลือความจุแบตประมาณ 40-50%ของความจุแบตสำรองพกพา
 

7. อายุการเสื่อมสภาพของแบตสำรองพกพา (Power Bank)หรือไส้แบตลิเทียม นับจากวันผลิต มิใช่วันแรกที่เริ่มใช้งาน เพราะแบตเตอรี่มันเป็นปฏิกิริยาเคมีมีผลขึ้นกับเวลา
ลองคิดเองละกันถ้าเจอของค้างสต๊อกจะเป็นไง ไส้แบตโนเนมขนาดความจุและวันเดีอนปีมันยังไม่ระบุเลย ต่างจากไส้แบตที่มียี่ห้อระบุรหัสผลิตอย่างแน่นอน รหัสผลิตบ่งบอกถึงวันเดือนปีที่ผลิตนั้นเอง

สรุป แบตสำรองพกพา (Power Bank)หรือแบตลิเทียม ขึ้นกับ ความร้อน, cycle(อายุการใช้งาน)และวันเดือนปีผลิต

ข้อมูล บทความ ภาพต่างๆบน website www.9powerbank.com มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง หากผู้ใดคัดลอกดัดแปลง โดยมิได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายระบบโดย OpenCart
9powerBank © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004